วันนี้แปลเพลง Charies ส่วนตัวแล้วชอบคนนี้น่ะ เป็นคนฟิลิปปินส์ ย้ายตามแม่มาอยู่สหรัฐ กว่าจะมายืนอยู่จุดนี้และมีอัลบั้นได้นั้น เธอต้องฝ่าฟันมามากเลยทีเดียว เพราะว่าด้วยความที่เป็นเอเชียสำเนียงการพูดภาษานั้นเป็นที่ลำบาก แรกๆก็ตอบโต้ไม่่ได้แต่ว่าเสียงเพลงที่เธอร้องมานั้น ข้าน้อยขอคาราวะเลย แจ่มๆ มีพลัง Powerful of song 

[Verse 1]
I may not know where I’m going now
ฉันอาจไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ฉันกำลังไปที่ไหน
This broken road is trying to tear me down
ถนนสายนี้ได้ขาดลงและนั่นทำให้ฉันหมดหวัง
But deep inside I’ve found a secret place, that I never knew where I feel safe, when the world is untrue
แต่ลึกๆข้างในนั้น ฉันได้ค้นพบสถานที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั้นฉันไม่เคยรู้เลยว่าฉันรู้สึกปลอดภัย ในเมื่อโลกนี้ไม่จริงใจ
Here’s what I’ve learned to do
ที่นี้ฉันได้เรียนรู้ว่าฉันต้องทำอะไร

[Chorus]
Just sing this song and it takes me right back
เพียงแค่ร้องเพลงนี้และมันทำให้ฉันหวนคิดถึง
Where I belong
ว่าฉันมาจากที่ไหน
Everyday there’s a new bridge to cross
ทุกๆวันมีสะพานใหม่ๆให้ก้าวผ่าน
But I’m never far from home
แต่ฉันไม่เคยรู้สึกไกลจากบ้าน
If I put my heart, my soul, my all
ถ้าฉันทุ่มเทจิตวิญญาณทั้งหมดของฉัน
In this song
สำหรับเพลงนี้
[Verse 2]
I don’t depend on friends
ฉันไม่เชื่อใจพวกผองเพื่อน
Cuz they come and go
เพราะพวกเขาได้เข้ามาและจากไป

My believe  in myself
ฉันเชื่อมั่นในตัวฉัน
Is gonna carry me through
มันจะทำให้ฉันผ่านพ้นไปได้
And that why I’m learning, oh, I learning yeah, I’m learning to sing
และนั่นทำให้ฉันเรียนรู้…โอ้…ฉันเรียนรู้มัน..เย้   ฉันเรียนรู้ที่จะร้องเพลง
[Chorus] X2

[Bridge]
I may not have all the words that I need to say, and I know I won’t always be strong but I’m never afraid
ฉันอาจไม่มีถ้อยคำเหล่านั้นที่จะพูดและฉันรู้ว่าฉันไม่ได้เข้มแข็งเสมอไปหรอกแต่ฉันไม่เคยกลัวมัน
Because I hold my destiny and it depends on me alone, alone so…
เพราะฉันได้ลิขิตชะตาของฉันและมันขึ้นอยู่กับฉันเท่านั้น..เพียงเท่านั้น
[Chorus] X2

 
 

Shipwreck in a sea of faces

ความพิโรธโกรธาบนผืนท้องทะเล

There’s a dreamy world up there

มีโลกแห่งความฝันอยู่ตรงหน้านั่น

Dear friends in higher places,

เหล่าผองเพื่อนบนท้องนภานี้

Carry me away from here

พาฉันไปจากที่แห่งนี้

Travel light, let the sun eclipse you,

การเดินทางนี้ให้พระอาทิตย์บดบังเธอ

‘Cause your flight is about to leave

เพราะการบินของเธอคือการละทิ้ง

And there’s more to this brave adventure,

และมากไปกว่านี้คือการผจญภัยอย่างกล้าหาญ

Than you’d ever believe

ที่เธอคาดไม่ถึง

*Bird’s eye view,

ที่เบื้องบนแห่งนี้

Awake the stars ’cause they’re all around you

ปลุกเหล่าดวงดาวเหล่านั้นเพราะมันอยู่รอบๆตัวเธอ

Wide eyes will always brighten the blue

เปิดตากว้างแล้วเธอจะเห็นแสงสว่างสีฟ้า

Chase your dreams,

ตามล่าความฝันของเธอ

And remember me, sweet bravery,

และจดจำฉันไว้ ผู้ที่มีความกล้าหาญ

‘Cause after all those wings will take you up so high

เพราะปีกคู่นั้นจะพาเธอบินขึ้นสูงเหยียดฟ้า

So bid the forest floor goodbye as you brace the wind and

ดังนั้นกล่าวคำอำลาผืนป่าแล้วผนึกกำลังไปกับสายลม และ

Take to the sky

บินบนท้องนภา

You take to the sky

เธอบินบนท้องนภานั่น

On the hills of lore and wonder

บนเนินเขาของตำนานและความมหัศจรรย์

There’s a stormy world up there

มีพายุมรสุมอยู่ตรงหน้านั้น

You can’t whisper above the thunder,

เธอไม่สามารถกระซิบผ่านเสียงฟ้าร้อง

But you can fly anywhere

แต่เธอสามารถบินไปทุกหนแห่ง

Purple burst of paper birds

ให้น้ำหมึกถ่ายทอดเรื่องราวสู่กระดาษบันทึก

this picture paints a thousand words

ภาพวาดเหล่านี้แทนความหมายนับพันคำ

So take of breath of myth and mystery,

ดังนั้นซึมซับเอาตำนานลึกลับของวีรบุรุษ

And don’t look back

และอย่ามองข้างหลัง
*

There’s a realm above the trees

มีอนาจักรเหนือเหล่าต้นไม้นั่น

(where the lost are finally found)

(ที่ซึ่งหายสาบสูญแต่ในที่สุดก็ได้ค้นพบ)

So touch your feathers to the breeze

ดังนั้นให้ขนของเธอสัมผัสกับสายลม

(and leave the ground)

(และให้ร่วงหล่นสู่พื้นดิน)
*

Carry You Home : by James Blunt

Posted: December 14, 2010 in Uncategorized

พูดถึงมิวสิควีดีโอ เพลงนี้นักร้องได้สื่อสาร อารมณ์ของเพลง ด้วยความเศร้า เสียใจ หดหู่ของความสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รัก แฟน สามี หรือลูกชาย   เนื้อหามิวสิคตัวน้องร้องได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางนำข่าวสารของบุคคลที่อยู่ในสมรภูมิสงคราม มาบอกแก่ครอบครัวที่ได้ตั้งหน้าตั้งตารออยู่ที่บ้านด้วยใจจดใจจ่อว่าเป็นตายร้ายดี ซึ่งเนื้อหาในมิวสิคตอนท้ายคือผู้ชายได้ตายในสมรภูมิสงครามและนักร้องได้ให้สร้อยแก่ผู้หญิงคนนั้นทำให้ผู้หญิงคนนั้นเสียใจมากถึงกลับคุกเข่าล้มลง

ดูจากประวัติตัวนักร้องเองเป็นคนอังกฤษและมีช่วงนึงนักร้องได้เข้าร่วมสงคราม Kosovo ซึ่งมันคงเป็นบทเพลงหนึ่งที่นักร้องได้แต่งเพื่อเล่าเรื่องราวและความรู้สึกในระหว่างสงคราม นายนี้เป็นทหารอังกฤษ

“Trouble is her only friend and he’s back again
Makes her body older than it really is
And she says it’s high time she went away
No one’s got much to say in this town
Trouble is the only way is down.
Down, down”
ปัญหาในที่นี้คือสงครามซึ่งไม่อยากมีใครให้เกิดแต่ว่ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้  She ในที่นี้ refer ถึงความรู้สึกของผู้หญิงทั้งหลายๆคน  ซึ่งมีความทุกข์ใจ เศร้า หดหู่ และอดทนรอบุคคลที่รักด้วยความหวัง นึกถึงสงครามเวลามีสงครามขึ้นมานั้นทีเขาจะต้องเกณฑ์ผู้ชายทั้งหมู่บ้านเพื่อเข้าสงคราม (จากมิวสิควีดีโอจะเห็นผู้หญิงสามคน  ผู้หญิงแก่เฝ้ารอตรงหน้าต่าง ผู้หญิงวัยกลางคนตรงประตู และหญิงสาวอยู่บนเตียง  แสดงให้เห็นภาพของการเฝ้ารอบุคคลที่เป็นที่รัก) และจากนั้นเมืองทั้งเมืองก็กลายเป็นเมืองที่มีแต่ ญ และร้างว่างเปล่าไม่มีผู้คนเดินนอกบ้านเพราะเขาได้แต่เก็บตัวอยู่ภายในบ้าน สภาพเมืองก็มีแต่แย่ลงเพราะสงคราม

“If she had wings she would fly away
And another day God will give her some
Trouble is the only way is down.
Down, down.”

ผู้เขียนเป็นตัวแทนสื่อสารถึงความรู้สึกของผู้หญิงเหล่านั้นว่า พวกเขาอยากจะหนีจากสถานการณ์และปัญหาอย่างนี้ และอ้อนวอนอยากให้พระเจ้าประทานปีกให้แก่เธอเพราะมันเป็นการทรมาณพวกเขาที่เห็นคนเป็นที่รักได้เข้าร่วมสงครามเหมือนชีวิตผู้ชายทั้งหลายนั้นได้แขวนอยู่บนเส้นด้ายคือตายถ้าไม่ตายก็รอดชีวิต แต่นั่นก็ไม่สามารถชี้ชะตาได้ นอกจากความเชื่อและหวังเท่านั้น
ส่วนอีกประโยคนั้นหมายถึงสงครามที่มีแต่เรื่องที่แย่ลง

“And they were all born pretty in New York City tonight
And someone’s little girl was taken from the world tonight.
Under the Stars and Stripes”

ประโยคแรกในที่นี้คนเขียน refer ถึง คนตายว่า ถ้าหากได้เกิดใหม่แล้ว อยากให้พวกเขาไปเกิดที่รัฐนิวยอร์คประเทศอเมริกา เพราะว่ารัฐนี้เป็นรัฐแห่งสันติภาพ ซึ่งรัฐนี้มีสัญลักษณ์ที่โด่งดังคือ เทพีเสรีภาพ
ประโยคที่สอง  หมายถึงชีวิตน้อยๆ ดับสูญสิ้น
คนเขียนต้องการสื่อสารว่าคืนนึงมีทั้งคนตายและคนที่เกิดใหม่เวียนว่ายอยู่ตลอดเวลา

“As strong as you were, tender you go
I’m watching you breathing, for the last time
A song for your heart, but when it is quiet.
I know what it means and I’ll carry you home.
I’ll carry you home.”

เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงพิธีกรรมทางทหาร ที่ทหารเหล่านั้นได้ตายในสมรภูมิเพื่อเป็นการให้เกียรติ์แก่ทหารที่ตายก่อนนำร่างไร้วิญญาณกลับสู่บ้านเกิดของผู้ตาย

ประโยคแรก คุณแข็งแรงสมชายชาติทหาร และจากไปอย่างมีเกียรติ์
ฉันได้เฝ้ามองเธอหายใจจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย
เพลงนี้สำหรับคุณ (Heart = เลือดเนื้อ , ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อ) และเมื่อเพลงจบลง
ฉันรู้ว่ามันคืออะไร ฉันจะพาเธอกลับสู่บ้าน

Home :by Michael Buble

Posted: December 14, 2010 in Uncategorized

Home :by Michael Buble

เพลงนี้อยู่อัลบั้ม Caught in the act ซึ่งออกอัลบั้ม ปี 2005  ช่วงนั้นนายบูเบิ้ลกำลังดังแล้วได้ออกทัวร์คอนเสริ์ตแถบยุโรป  ซึ่งจริงๆแล้วนายบูเบิ้ลเป็นคนแคนาดาแต่ว่ามาร้องเพลงที่อังกฤษและได้ออนทัวร์ทางแถบยุโรปอยู่นานไม่ได้กลับบ้าน ณขณะนั้นได้อยู่ปารีสและกรุงโรม ดังนั้นนายบูเบิ้ลได้ร้องเพลงถ่ายทอดอารมณ์เพลงนี้ขึ้นมาซึ้ง เศร้า เหงา ได้ใจเลยทีเดียว   เพลงนี้ถ่ายทอดอารมณ์สำหรับคนที่จากบ้าน ครอบครัว เพื่อน และคนรักได้ดี

Another summer day
อีกวันหนึ่งในฤดูร้อน
Has come and gone away
ได้ย่างผ่านเข้ามาและผ่านพ้นไป
In Paris and Rome
ในปารีสและกรุงโรม
But I wanna go home
แต่ฉันต้องการที่จะกลับบ้าน
Mmmmmmmm
ฮืมมมม

*Maybe surrounded by
A million people I
Still feel all alone
บางทีรอบๆตัวฉันมีผู้คนห้อมล้อมนับล้านคนแต่ฉันก็ยังรู้สึกอ้างว้าง
I just wanna go home
ฉันเพียงแค่อยากกลับบ้าน
Oh, I miss you, you know
โอ้ ..ฉันคิดถึงเธอและเธอก็รับรู้

And I’ve been keeping all the letters that I wrote to you
และฉันได้เก็บจดหมายทุกฉบับที่ฉันได้เขียนถึงเธอไว้
Each one a line or two
เพียงแค่หนึ่งหรือสองประโยค
“I’m fine baby, how are you?”
“ที่รักฉันสบายดี   แล้วเธอหล่ะสบายดีรึเปล่า?”
Well I would send them but I know that it’s just not enough
ฉันควรส่งจดหมายเหล่านั้นให้แต่ฉันรู้ว่ามันคงไม่เพียงพอ
My words were cold and flat
ทุกถ้อยคำของฉันนั้นมันช่างเศร้าสร้อยไร้ชีวิตชีวา
And you deserve more than that
เธอสมควรได้รับมากกว่านี้

Another aeroplane
จากเครื่องบินลำหนึ่ง
Another sunny place
ไปอีกสถานที่หนึ่งที่มีอนาคตสดใส
I’m lucky I know
ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนที่โชคดี
But I wanna go home
แต่ฉันอยากจะกลับบ้าน
Mmmm, I’ve got to go home
อืมมม….ฉันต้องการจะกลับบ้าน

Let me go home
ให้ฉันกลับบ้าน
I’m just too far from where you are
ฉันอยู่ห่างไกลจากที่เธออยู่เหลือเกิน
I wanna come home
ฉันอยากกลับบ้าน

And I feel just like I’m living someone else’s life
ฉันรู้สึกว่าฉันได้ทอดทิ้งอีกชีวิตหนึ่งไว้
It’s like I just stepped outside
มันเหมือนฉันก้าวเผชิญสู่โลกภายนอก
When everything was going right
เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น
And I know just why you could not
Come along with me
และฉันก็รู้ว่าทำไมเธอไม่สามารถร่วมเดินทางกับฉันได้
‘Cause this was not your dream
เพราะนั่นไม่ใช่ความฝันของเธอ
But you always believed in me
แต่เธอเชื่อมั่นในตัวฉันเสมอมา

Another winter day has come
อีกวันหนึ่งในฤดูหนาวได้ผ่านเข้ามา
And gone away
และผ่านพ้นไป
In even Paris and Rome
ในปารีสและกรุงโรม
And I wanna go home
ฉันอยากกลับบ้าน
Let me go home
ให้ฉันกลับบ้านเถอะ

*(ซ้ำ)

Let me go home
ฉันอยากกลับบ้าน
I’ve had my run
ฉันได้ดำเนินตามฝันของฉัน
Baby, I’m done
ที่รักภาระกิจฉันเสร็จสิ้นแล้ว
I gotta go home
ฉันกำลังจะกลับบ้าน
Let me go home
ฉันอยากกลับบ้านเหลือเกิน
It will all be all right
มันคงจะดีไม่น้อย
I’ll be home tonight
ฉันจะกลับถึงบ้านคืนนี้
I’m coming back home
ฉันกำลังกลับบ้าน

The Climb : by Miley Cyrus

Posted: April 22, 2010 in Uncategorized
เพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังมานานแล้ว แต่วันนี้หยิบยกขึ้นมาแปลเพราะว่าเพลงที่มีความหมายดีและให้พลังในการต่อสู้นั้นค่อนข้างหายากมาก ถือว่าเพลงนี้เป็นเพลง inspiration ที่ดีมากๆเพลงนี้ทำให้มีพลังและให้เราก้าวต่อไปอย่ายอมแพ้  พูดถึงนักร้องคนนี้บ้างไมเลย์เธอเป็นนักร้องที่ดังไม่แพ้กับเทย์เลย์เลย ไมเลย์นักร้องหญิงที่มีอัลบั้ลขายดีท็อปเท็นเลยในช่วงเดือนกุมภามีนาที่ผ่านมา และเพลงนี้ค่อนข้างพิสูจน์ผลงานเธอได้ดีพอควรและมีบุคคลได้พูดกล่าวขวัญชมเพลงนี้มากมาย (ก็เพราะจริงๆน่ะ หนึ่งในนั้นมีเราด้วย ฮ่าๆ)
 
I can almost see it
ฉันเกือบมองเห็นมันแล้ว
That dream I am dreaming
ความฝันนั่นที่ฉันกำลังฝันถึง
But there’s a voice inside my head saying
แต่มีเสียงหนึ่งก้องอยู่ในหัวฉันได้พูดว่า
"You’ll never reach it"
เธอไม่มีทางที่จะไปถึงเป้าหมายที่หวังไว้

Every step I’m taking

ทุกก้าวย่างที่ฉันก้าวเดิน
Every move I make feels
ทุกการเคลื่อนไหวนั้นทำให้ฉันรู้สึก
Lost with no direction
หลงทางและไม่มีเป้าหมาย
My faith is shaking
ความเชื่อมั่นในตัวฉันได้ถูกสั่นคลอน

But I gotta keep trying

แต่ฉันก็ได้พยายามต่อไป
Gotta keep my head held high
พยามยามมองเป้าหมายที่ฉันตั้งไว้

*There’s always gonna be another mountain

มีภูเขาลูกอื่นอยู่ข้างหน้า
I’m always gonna wanna make it move
ฉันต้องการให้มันหายไป
Always gonna be a uphill battle
ต้องการอยู่จุดสูงสุด
Sometimes I’m gonna have to lose
บางครั้งฉันก็พ่ายแพ้

**Ain’t about how fast I get there

ฉันไม่รู้ว่าจะไปถึงที่นั่นให้รวดเร็วได้อย่างไร
Ain’t about what’s waiting on the other side
ฉันไม่รู้ว่ามีอะไรกำลังรออยู่อีกฝั่งหนึ่ง
It’s the climb
มันคือการปืน

The struggles I’m facing

ฉันเผชิญกับการต่อสู้
The chances I’m taking
ฉันกำลังใช้โอกาสนั้น
Sometimes might knock me down
บางครั้งอาจทำให้ฉันล้มลง
But no, I’m not breaking
แต่ไม่หรอก ฉันยังไม่หมดหวัง

I may not know it

ฉันอาจไม่รู้จักมัน
But these are the moments that
แต่สิ่งเหล่านี้คือโอกาส
I’m gonna remember most, yeah
ฉันจะได้เรียนรู้มันไว้
Just gotta keep going
เพียงแค่พยายามต่อไป

And I, I got to be strong

และฉัน ฉันเข็มแข็งขึ้น
Just keep pushing on
เพียงแค่ผลักดันให้ก้าวเดินต่อไป

*
**

[X2]
Keep on moving, keep climbing
ก้าวต่อไป พยายามปืนต่อไป
Keep the faith, baby
เชื่อมั่นในตัวเอง ที่รัก
It’s all about, it’s all about the climb
ทั้งหมดนั้น ทั้งหมดนั้นคือการปืน
Keep the faith, keep your faith, whoa
เชื่อมั่นในตัวเอง  แค่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง
 
เพลงของ colbie นี้เพราะทั้งอัลบั้มเลย แต่ว่าค่อยๆทยอยนำมาแปล พอว่างปุ๊บ ขยันก็แปลเพลงติดๆกันเลยแฮะ แต่พอไม่ว่างก็ไม่แปล แต่คำว่าไม่ว่างนั้นเป็นข้ออ้างมากกว่า เพราะจริงๆนั้นขี้เกียจแปล55+
 
I don’t know, but I think I maybe
ฉันไม่รู้น่ะแต่ฉันคิดว่าฉันอาจ
Fallin’ for you Dropping so quickly
ตกหลุมรักคุณอย่างรวดเร็ว
Maybe I should Keep this to myself
ฉันอาจจะเก็บสิ่งนี้ไว้ในตัวฉันเอง
Waiting ’till I Know you better
รอกระทั่งฉันรู้จักคุณมากกว่านี้
 
*I am trying Not to tell you
ฉันพยายามไม่บอกคุณ
But I want to
แต่ฉันต้องการที่จะบอก
I’m scared of what you’ll say
ฉันกลัวในสิ่งที่คุณจะพูดออกมา
And so I’m hiding What I’m feeling
และฉันซ่อนความรู้สึกนั้นไว้
But I’m tired of
แต่ฉันเหนื่อยที่จะ
Holding this inside my head
เก็บมันเอามาครุ่นคิดในหัวของฉัน
 
**I’ve been spending all my time
ฉันได้ใช้เวลาทั้งหมดของฉัน
Just thinking about you
คิดถึงเพียงแต่เธอ
I don’t know what to do
ฉันไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป
I think, I’m falling for you
ฉันคิดว่า ฉันตกหลุมรักเธอ
I’ve been waiting all my life
ฉันได้รอเวลานี้มาตลอดชีวิตของฉัน
And now I found you
และตอนนี้ฉันได้พบเธอแล้ว
I don’t know what to do
ฉันไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป
I think Im fallin’ for you
ฉันคิดว่า ฉันตกหลุมรักเธอ
I’m fallin’ for you
ฉันตกหลุมรักเธอแล้ว
 
As I’m standing here
ขณะที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้
And you hold my hand
และเธอจับมือของฉันไว้
Pull me towards you
ดึงฉันให้ตามเธอ
And we start to dance
และพวกเราเริ่มเต้นรำ
All around us I see nobody
รอบๆตัวพวกเรานั้นฉันไม่เห็นใครเลย
Here in silence It’s just you and me
ที่แห่งนี้ดูเงียบเหมาะสำหรับเธอและฉัน
 
**
Oh I just can’t take it
My heart is racing
The emotions keep spilling out
 
**
 
***I can’t stop thinking about it
I want you all around me
And now I just can’t hide it
I think Im fallin’ for you
 
***
 
I’m fallin’ for you
Oohh Oh no, no Oh no, no, no
Oh I’m fallin’ for you
เพลงนี้ได้ยินมานานมากๆๆ แต่ความเพราะนั้นยังไม่จางหาย ฟังกี่ทีๆก็ชอบ ได้มีโอกาสฟังอีกก็เลยจับมันขึ้นมาแปลซะเลย
เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงขอร้องอ้อนวอน ความรักฝ่ายหญิงเลยน่ะเนี๊ยะ เมื่อรู้ว่ากำลังจะสูญเสียมันไป
 
I know you don’t kiss me like you used to do
ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้จูบฉันเหมือนอย่างเคย
And now you don’t touch me like I want you to
และตอนนี้เธอไม่ได้สัมผัสฉันเหมือนอย่างที่ฉันต้องการ
Now I realize that I could lose it all
ตอนนี้ฉันได้ตระหนักว่าฉันสามารถสูญเสียมันไปทั้งหมด
Do I take the fall? Walk away alone
ฉันจะต้อง(ร่วงโรย)ห่อเหี่ยวเหรอ? เดินอย่างอ้างว้าง

There’s a pain that I’m feeling, that I’ve tried to hide

ความเจ็บปวดที่ฉันมีนั้น ฉันได้พยายามซ่อนเอาไว้
You may have your reason but you hurt my pride
เธออาจจะมีเหตุผลของเธอแต่เธอทำให้ฉันเจ็บปวดเสียใจ
And I’m holding on cause we’re not said and done
และฉันกำลังรั้งไว้เพราะพวกเรายังพูดไม่จบ
You’re the one, you’re the only one
เธอคือหนึ่งเดียว เธอเป็นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

* I got all my life to live if you say you love me

ฉันได้ให้ชีวิตทั้งหมดของฉันที่มีอยู่ ถ้าเธอพูดว่าเธอรักฉัน
I got all my love to give if you say you want me
ฉันได้ให้ความรักทั้งหมดของฉันที่มีให้ ถ้าเธอพูดว่าเธอต้องการฉัน
I will take this heart and show you what it’s worth
ฉันจะให้หหัวใจดวงนี้และแสดงให้เห็นว่ามันมีค่าแค่ไหน
I will take this lip to kiss you like it’s first time that you love me
ฉันจะใช้ริมฝีปากนี้จูบเธอเหมือนอย่างครั้งแรกที่เธอรักฉัน
Just say you love me
เพียงแค่พูดว่าเธอรักฉัน

I don’t wanna hurt you but I’m not gonna lie

ฉันไม่ต้องการให้เธอเจ็บปวด แต่ฉันจะไม่โกหก
I could say that I love you. I could break down and cry
ฉันสามารถพูดได้ว่าฉันรักเธอ และฉันสามารถจบมันลงและร้องไห้
Now I walk a million miles to hear you say
ตอนนี้ฉันได้เดินทางเป็นล้านไมล์เพื่ออยากได้ยินเธอพูดว่า
Don’t walk away, don’t walk away
อย่าจากฉันไป อย่าฉันไปเลย

[Repeat *]

Crazy for the love you gave me

หลงไหลในความรักที่เธอได้ให้ฉัน
You’re the memory, the time we share together me and you
เธอคือความทรงจำ เวลาที่พวกเราได้ใช้ร่วมกันฉันและเธอ
I can’t live another day, I can’t love another way without you
ฉันไม่สามารถอยู่ต่อไปได้ ฉันไม่สามารถไปทางอื่นได้ โดยปราศจากเธอ
Without you
ปราศจากเธอ

[Repeat *]